
ชะอำ ชายทะเลสำราญ ประวัติศาสตร์สถาน กิจกรรมเบิกบาน สวยสราน รื่นรมย์
หาดชะอำเป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญที่มีชื่อเสียงมาช้านานในหมู่นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ชายหาดชะอำมีชื่อเสียงในลำดับต้น 1 ใน 5 ของเมืองไทย ชะอำตั้งอยู่ห่างจากตัวเมืองเพชรบุรีไปทางทิศใต้ประมาณ 30 กิโลเมตร การเดินทางไปชะอำมีความสะดวกรวดเร็ว นักท่องเที่ยวมักใช้เส้นทางถนนเพชรเกษม อย่างไรก็ตามนักท่องเที่ยวหลายคนนิยมเดินทางเลียบชายทะเลลงมาจากอำเภอบ้านแหลม แหลมผักเบี้ย ผ่านหาดเจ้าสำราญ หาดปึกเตียนเรื่อยลงไป ตลอดทางเลียบชายทะเลมีแหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศน์ให้ได้สัมผัส หาดชะอำนับว่าเป็นที่นิยมในหมู่นักท่องเที่ยวชาวไทยมากเพราะอยู่ใกล้กรุงเทพมหานคร เดินทางสะดวกรวดเร็วและมีกิจกรรมให้เลือกปฏิบัติหลายอย่าง เพราะอยู่ใกล้ๆ กันเช่นอุทยานแห่งชาติแก่งกระจานและแหล่งท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์ในตัวเมืองเพชรบุรี รวมทั้งกิจกรรมอื่นๆ เพื่อสุขภาพเช่นการเล่นกอล์ฟ การพักแรมเป็นหมู่คณะ และการประชุมสัมนา

ชะอำยังเป็นสถานที่ตั้งของพระราชวังมฤคายวัน โบราณสถานที่สร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 6 สร้างด้วยไม้สักทองที่มีสถาปัตยกรรมที่โดดเด่น สวยงามยิ่ง นอกจากนั้นในเขตอุทยานประวัติศาสตร์มฤคทายวันยังเป็นบริเวณที่ตั้งของศูนย์ศึกษาและวิจัยสิ่งแวดล้อมนานาชาติสิรินธรที่สามารถเยี่ยมชม ศึกษาระบบนิเวศน์ป่าชายเลนได้
ชะอำเป็นที่พักผ่อนของนักท่องเที่ยวที่ต้องการความสงบที่สมบูรณ์แบบในท่ามกลางธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมที่ไม่สับสนวุ่นวายนัก ในปัจจุบัน การพัฒนาการท่องเที่ยวก่อให้เกิดกิจกรรมต่างๆ เพื่อความบันเทิงให้เลือกมากมาย มีรีสอร์ทและโรงแรมหลากหลายราคาพร้อมรับบริการ มีตั้งแต่ระดับราคาไม่แพงไปจนถึงระดับหรูหรา มีร้านอาหารและภัตราคาร อาหารทะเลสดราคาไม่แพงให้เลือกรับประทาน ในยุคปัจจุบันชะอำเป็นสถานที่พักผ่อนที่ได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ โปรดศึกษาที่ตั้งในแผนที่เดินทางที่ให้ต่อไปนี้

กิจกรรมชายหาดเพื่อการพักผ่อน
- เล่นน้ำทะเล ขี่เรือกล้วย เจ๊ดสกี
- พั่งพักรับประทานอาหารกับครอบครัว
- ขี่จักรยาน ขี่ม้า ขี่มอเตอร์ไซริมชายทะเล
- ผ่อนคลายกับการบริการนวดแผนไทย
- ท่องเที่ยวประวัติศาสตร์พระราชนิเวศน์มฤคทายวัน
- ศึกษาธรรมชาติอุทยานสิ่งแวดล้อมนานาชาติสิรินธร
พระราชนิเวศน์มฤคทายวัน พระราชวังฤดูร้อนของล้นเกล้ารัชกาลที่ 6
อุทยานสิ่งแวดล้อมนานาชาติสิรินธร สร้างขึ้นสำหรับศึกษาวิจัยพัฒนาการฟื้นฟูสภาพป่าชายเลน ตั้งอยู่ด้านหน้าพระราชนิเวศน์มฤคทายวัน
พระราชนิเวศน์มฤคทายวัน ความทรงจำแห่งอดีตและความประทับใจในไมรู้ลืม
พระราชนิเวศน์มฤคทายวันตั้งอยู่ริมทะเลห่างจากหาดชะอำไปทางทิศใต้ราว 10 กิโลเมตร เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญแห่งหนึ่งของจังหวัดเพชรบุรี สร้างในสมัยรัชกาลที่ 6 พระมางกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัว ตั้งอยู่ในตำบลห้วยทรายเหนือ อำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรี เป็นพระตำหนักสำหรับประทับแรม ซึ่งพระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัว สั่งให้กระทรวงมหาดไทยดำเนินการก่อสร้างในปี พ.ศ. 2466 โดยที่เจ้าพระยายมราช (ปั้น สุขุม) เสนาบดีกระทรวงมหาดไทยเป็นผู้อำนวยการก่อสร้าง โดยพระองค์ได้ทรงร่างแผนผังการก่อสร้างพระราชนิเวศน์ด้วยพระองค์เอง โดยได้ทรงเพิ่มที่พระตำหนักฝ่ายในเลือกแบบเป็นอาคารไม้ชั้นเดียวหลังคาทรงปั้นหยา มุงด้วยกระเบื้องสี่เหลี่ยม ใต้ถุนสูง มีพระตำหนักต่างๆ ได้แบ่งกระจายกันอยู่เป็นหลังๆ รูปทรงแบบเดียวกันหมดและทุกหลังจะมีระเบียงและบันไดเฉพาะของตัว เชื่อมต่อด้วยทางเดินที่มีลูกกรงและมีหลังคาเชื่อมติดต่อถึงกันตลอดเพื่อความสะดวกและรวดเร็วในการเดินติดต่อกันระหว่างพระตำหนักต่างๆ ห้องพระบรรทมตั้งอยู่ตรงกลางเรือนหมู่ของพระตำหนักติดกับห้องแต่งพระองค์ มีห้องเสวยด้านหลัง มีสะพานทอดออกไปทางด้านขวามือซึ่งเป็นอาคารส่วนของฝ่ายใน ด้านหน้ามีสะพานทอดยาวไปเป็นห้องทรงพระอักษรใกล้ชายหาด
เมื่อก่อสร้างใกล้เสร็จสมบูรณ์ในเดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ. 2466 เจ้าพระยายมราช เสนาบดีกระทรวงมหาดไทย ผู้อำนวยการก่อสร้างพระราชนิเวศน์มฤคทายวันได้ตรวจการปลูกสร้างพระราชนิเวศน์เพื่อเตรียมความพร้อมที่จะรับเสด็จในการแปรพระราชฐานช่วงฤดูร้อน พ.ศ. 2467 เมื่อการก่อสร้างพระราชนิเวศน์เสร็จได้พระราชทานนามพระราชนิเวศน์แห่งนี้ว่าพระราชนิเวศน์มฤคทายวัน และได้ทรงแปรพระราชฐานประทับพระราชนิเวศน์มฤคทายวันในช่วงฤดูร้อน พ.ศ. 2467 เป็นครั้งแรก (วันที่ 22 เมษายน-13 กรกฎาคม) และเสด็จประทับพักผ่อนพระราชอิริยาบถในฤดูร้อน พ.ศ. 2467 เป็นครั้งที่ 2 (วันที่ 12 เมษายน-20 มิถุนายน) ในการเสด็จครั้งนี้พระองค์ทรงงานตลอดเวลา
หลังจากสร้างเสร็จแล้วทางกระทรวงมหาดไทยได้จัดให้หลวงสมบูรณ์บุรินทร์เป็นหัวหน้าพนักงานรักษาที่พักมฤคทายวัน ต่อมาใน พ.ศ. 2512 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลปัจจุบัน ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานพระบรมราชานุญาตให้กองบัญชา การตำรวจตะเวนชายแดนใช้เป็นที่ตั้งศูนย์ฝึกการต่อต้านปราบปรามการก่อความไม่สงบ คือกองกำกับการที่ 1 กองบังคับพิเศษ ในพ.ศ. 2523 หน่วยราชการนี้ได้นามพระราชทานว่า "ค่ายพระรามหก" นอกจากนี้ยังได้จัดตั้งมูลนิธิพระราชนิเวศน์มฤคทายวันขึ้นโดยสมเด็จพระเจ้าภคินีเธอ เจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดา สิริโสภาพัณณวดีได้ทรง พระกรุณาโปรดรับไว้ในพระอุปถัมภ์ เพื่อการอนุรักษ์รักษาสภาพนอกจากนั้นในปัจจุบันนี้ทางมูลนิธิและค่ายพระรามหก ยังได้เปิดให้ประชาชนได้เข้าชมพระราชนิเวศน์ความสวยงามของพระราชวังแห่งนี้ด้วย
ในปัจจุบันรัฐบาลได้ดำเนินการก่อสร้างอุทยานสิ่งแวดล้อมนานาชาติสิรินธรเพิ่มเติมเพิ่อการศึกษาพัฒนาการฟื้นฟูสภาพป่าชายเลน เพิ่มกิจกรรมการท่องเที่ยวมากขึ้น พร้อมทั้งปรับปรุงก่อสร้างศาลาและพระราชานุสาวรีย์รัชกาลที่ 6 ในอุทยานด้านหน้ารั้วของพระราชนิเวศน์ขึ้นด้วยทำให้มีความสวยงามสมบูรณ์แบบมากขึ้น ดังนั้นพระราชนิเวศน์มฤคทายวันจึงถือได้ว่าเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีสถาปัตยกรรมสวยงามและเพรียบพร้อมแห่งหนึ่ง เป็นที่จัดกิจกรรมต่างๆ แก่เยาวชนและประชาชนทั่วไป เป็นสถานที่จัดงานว่าวนานาชาติ และยังเป็นสถานที่น่าสนใจให้ความรู้ แก่คนรุ่นหลังสืบต่อไป
พระราชนิเวศน์ ซึ่งประกอบด้วยพระที่นั่งใหญ่ 3 องค์ มีนามเรียงกันจากชั้นในสุดมาจนถึงประตูพะราชนิเวศน์ด้านหน้า ดังนี้
1.พระที่นั่งสมุทรพิมาน มีสองหมู่ คือหมู่เดิมด้านในและหมู่ใหม่ด้านหน้า เป็นที่ประทับของพระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัว โดยเป็นอาคารหลังใหญ่สุดทรงใช้เป็นห้องบรรทม ห้องแต่งพระองค์ ห้องทรงพระอักษร และห้องสรง ส่วนห้องเสวยเป็นศาลารูปสีเหลี่ยม มีลูกกรงรอบไม่กั้นฝา ในส่วนพระที่นั่งสมุทรพิมานหมู่เดิมเคยเป็นประทับของพระนางเจ้าสุวัทนา พระวรราชเทวี ระหว่างมีพระครรภ์สมเด็จพระเจ้าภคินีเธอ เจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดา สิริโสภาพัณณวดี
2.พระที่นั่งพิศาลสาคร เป็นที่ประทับของสมเด็จพระนางเจ้าอินทรศักดิศจี พระวรราชชายา และที่พำนักของ พระสุจริตสุดา พระสนมเอก นอกจากพระที่นั่งแล้วยังมีเรือนเล็กๆ เป็นที่อยู่ของข้าราชการฝ่ายใน
3.พระที่นั่งสโมสรเสวกามาตย์เป็นอาคารสองชั้น รูปทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้าเปิดโล่งใช้เป็นโรงละครและที่ชุมนุมในโอกาสต่างๆ
อุทยานประวัติศาสตร์พระราชนิเวศน์มฤคทายวัน เปิดทำการทุกวันให้นักท่องเที่ยวเข้าเยี่ยมชมตั้งแต่เวลา 8.30 น.
ถึง 16.30 น. และมีงานประจำปี งานฤดูหนาวในอุทยานราวเดือนธันวาคมของทุกปี โดยมีการจัดแสดงทางวัฒนธรรมที่งดงาม
โครงการพระราชดำริเรียนรู้ชีวิตเศรษฐกิจพอเพียง
ศูนย์ศึกษาและพัฒนาห้วยทรายในพระราชเสาวนีย์ ตำบลห้วยทรายใต้ อำเภอชะอำ
อุทยานเขานางพันธุรัตน์ ตำบลเขาใหญ่ ชะอำ
สนามกอล์ฟสปริงฟีลด์ ชะอำ
ผลิตภัณฑ์จากป่านศรนารายณ์ ผลิตภัณฑ์ OTOP พุบกะพง นับว่ามีชื่อเสียงในหมู่นักท่องเที่ยวโดยเฉพาะผลิตภัณฑ์กระเป๋าถือสุภาพสตรี หมวก และของที่ระลึกที่มีสีสันสวยงาม มีค่าและคงทน
ร้านขนม ลูกอม ผลไม้แช่อิ่ม และผลิตภัณฑ์อื่นๆ ที่่พัฒนาจากการให้ความรู้แก่เกษตรกรเพื่อการเพิ่มรายได้ของประชาชนในบ้านหุบกะพง ปัจจุบันชีวิตของเกษตรกรในหุบกะพงมีชีวิตที่ดีขึ้นและมีความรู้ในการหาเลี้ยงชีพอย่างยั่งยืนแบบพอเพียง
หุบกะพง แหล่งศึกษาการพัฒนาอาชีพเกษตรและการสหกรณ์
หุบกะพงเป็นสถานที่ท่องเที่ยวเชิงเกษตรและการศึกษาการสหกรณ์ที่มีประวัติการก่อตั้งและความร่วมมือระหว่างประเทศเพื่อประโยชน์แก่ชาวไร่ชาวนาที่ยากจน สมควรศึกษาเป็นตัวอย่าง หุบกระพงตั้งอยู่ในท้องที่ตำบลเขาใหญ่ และตำบลชะอำ อำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรี อยู่ห่างจากจังหวัดเพชรบุรี 40 กิโลเมตร และอยู่ห่างจากตัวอำเภอชะอำประมาณ 7 กิโลเมตร
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 องค์ปัจจุบันทรงเสด็จพระราชดำเนินเยี่ยมเยียนและดูแลทุกข์สุขของราษฎรตามท้องที่เขตจังหวัดใกล้เคียง พระองค์ได้ทราบถึงความเดือดร้อนของเกษตรกรกลุ่มชาวสวนผักชะอำ จำนวน 83 ครอบครัวขาดแคลนทุนทรัพย์ที่จะนำไปประกอบอาชีพ พระองค์จึงทรงรับเกษตรกรเหล่านี้ไว้ในพระบรมราชูปถัมภ์ จัดหาพื้นที่ในเขตจังหวัดเพชรบุรี นำมาจัดสรรให้แก่เกษตรกรดังกล่าว ขณะเดียวกันนั้นรัฐบาลอิสราเอลอาสาที่จะช่วยเหลือในการพัฒนาการเกษตรในรูปของผู้เชี่ยวชาญสาขาต่าง ๆ โดยการพัฒนาการทำอาชีพการเกษตรในรูปสหกรณ์ การพัฒนาที่ดินทำกิน การส่งเสริมอาชีพและการดำเนินชีวิตที่พึ่งพาตนเอง กิจกรรมต่างๆ ต่อมาเป็นต้นแบบการพัฒนาเกษตรกรทั่วประเทศไทย
หุบกะพงได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่องก่อให้เกิดศูนย์การเรียนรู้โครงการตามพระราชประสงค์หุบกะพงตั้งอยู่ภายในศูนย์สาธิตสหกรณ์โครงการหุบกะพง ต.เขาใหญ่ อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี กิจกรรมภายในศูนย์ฯ แบ่งออกเป็น 5 ส่วนหลักๆ ได้แก่นิทรรศการถาวรภายในอาคารคุ้มเกล้าซึ่งเป็นการจำลองศูนย์ศึกษาการพัฒนาอันเนื่องมาจากพระราชดำริทั้ง 6 ศูนย์ทั่วทุกภูมิภาคของประเทศไทยมาไว้ในที่เดียว รวมถึงการแสดงนวัตกรรมเพื่อการเกษตรที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงคิดค้นขึ้นเพื่อช่วยบรรเทาความเดือดร้อนให้แก่ราษฎรและแก้ไขปัญหาจากภัยธรรมชาติ นอกจากนี้ยังมีอาคารนิทรรศการภาพถ่ายพระราชกรณียกิจของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวขณะเสด็จพระราชดำเนินเยี่ยมเยียนราษฎร์ตั้งแต่ปี 2507 การจำลองแบบบ้านหลังแรกของเกษตรกรที่ได้อพยพเข้ามาอยู่ที่หุบกะพงเมื่อ 40 ปีก่อน การจัดตั้งศูนย์การเรียนรู้จากแปลงสาธิตของเกษตรกรจำนวน 6 ศูนย์ ได้แก่ศูนย์เรียนรู้หน่อไม้ฝรั่ง การปลูกผักปลอดภัย การเลี้ยงโคนม การทำผลิตภัณฑ์จากป่านศรนารายณ์ และการทำผลิตภัณฑ์ของใช้ในครัวเรือน มีการสาธิตประดิษฐ์กรรมของกังหันชัยพัฒนา การจัดแสดงเครื่องจักรกลการเกษตรที่ได้รับพระราชทานจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเพื่อนำไปใช้สำหรับการพัฒนาพื้นที่หุบกะพงเมื่อครั้งยังเป็นโครงการความร่วมมือไทย–อิสราเอลเพื่อพัฒนาชนบทและพื้นที่สาธิตการปลูกหญ้าแฝกเพื่อการรักษาน้ำและรักษาหน้าดิน
การเข้ามาศึกษาดูงานภายในศูนย์เรียนรู้หุบกะพงและการเยี่ยมชาวเกษตรกรในบริเวณใกล้เคียงดังกล่าวผู้เยี่ยมชมหรือนักท่องเที่ยวจะได้รับความรู้ในการจัดการทางการเกษตร การสหกรณ์ การอนุรักษ์และการพัฒนาที่ดิน ป่าไม้และอาชีพเสริมต่างๆ สามารถนำไปปรับใช้ในการพัฒนาอาชีพและสร้างเสริมประสบการณ์อันเป็นประโยชน์เพื่อใช้ในการดำเนินชีวิตต่อไปได้
ศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยทรายอันเนื่องมาจากพระราชดำริ
ศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยทรายอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ตั้งอยู่ในเขตพระราชนิเวศมฤคทายวัน ตำบลสามพระยา อำเภอจังหวัดเพชรบุรี เป็นพื้นที่ซึ่งพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวฯ รัชกาลที่ 6 มีประกาศพระบรมราชโองการให้เป็นที่หลวงเมื่อปี พ.ศ. 2466 และ พ.ศ. 2467 เดิมพื้นที่แห่งนี้มีสภาพป่าไม้ที่อุดมสมบูรณ์ มีสัตว์ป่าประเภทเนื้อทรายเป็นจำนวนมาก จึงได้ชื่อว่า "ห้วยทราย" ต่อมาราษฎรได้เข้ามาอาศัยทำกินบุกรุกแผ้วถางป่าประกอบอาชีพตามยถากรรม ภายในเวลาไม่ถึง 40 ปี ป่าไม้ได้ถูกทำลายลงจนหมดสภาพป่าโดยสิ้นเชิง ทำให้ฝนไม่ตกต้องตามฤดูกาล และมีปริมาณลดน้อยลง จนมีลักษณะเป็นพื้นที่อับฝน ดินขาดการบำรุงรักษา ส่วนใหญ่ปลูกสับปะรดซึ่งต้องใช้สารเคมีปริมาณสูง ทำให้คุณภาพของดินเสื่อมโทรม ดินกลายเป็นดินทรายและดินดานที่ไม่มีแร่ธาตุที่เป็นประโยชน์แก่พืช ก่อให้เกิดความไม่สมดุลทางธรรมชาติ
เมื่อวันที่ 5 เมษายน 2526 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ได้พระราชทานพระราชดำริแก่หม่อมเจ้าจักรพันธ์เพ็ญศิริ จักรพันธ์ องคมนตรี นายสุนทร เรืองเล็ก อธิบดีกรมชลประทาน และ ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล ผู้อำนวยการสำนักงานเลขานุการคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ณ กรมราชองครักษ์ สวนจิตรลดาให้ทำการพัฒนาพื้นที่แห่งนี้อันหมายถึงพื้นที่ในเขตพระราชนิเวศน์มฤคทายวัน เพื่อฟื้นฟูสภาพแวดล้อมให้กลับคืนโดยเร็ว โดยเฉพาะการปลูกป่า รวมทั้งจัดหาแหล่งน้ำ เพื่อสร้างความชุ่มชื้นให้กับพื้นที่และสนับสนุนกิจกรรมการพัฒนาการเกษตร โดยจัดราษฎรให้เข้ามีส่วนร่วมในบางกิจกรรม และพัฒนาองค์กรของประชาชนให้สามารถพึ่งตนเองได้ เพื่อการพัฒนาชุมชนของตนต่อไป โดยให้จัดตั้งในลักษณะของศูนย์ศึกษาการพัฒนา และที่ได้มีพระราชวินิจฉัยคัดเลือกพื้นที่นี้ เนื่องด้วยเป็นพื้นที่หลวงที่อยู่ในความดูแลของสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์
การท่องเที่ยวในศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยทรายอันเนื่องมาจากพระราชดำริจะให้ความรู้ทางด้านการพัฒนาที่ดินเสื่อมโทรมให้กลับฟื้นคืนความอุดมสมบูรณ์ การพัฒนาอาชีพทางด้านการเกษตร การเลี้ยงโคนม การปลูกพืชผสมผสาน การอนุรักษ์ดินและน้ำ
ศูนย์อนุรักษ ์ศึกษา์ และเพาะพันธุ์สัตว์ป่าห้วยทราย
องค์พระราชินีสิริกิตติพระบรมราชินินาถมีเสาวนีย์ให้ตั้งศูนย์อนุรักษ์ศึกษาและเพาะพันธ์สัตว์ป่าเพื่อการรักษาสัตว์ป่าของไทยที่ใกล้สูญพันธุ์ขึ้นที่ห้วยทรายโดยทำการเพาะพันธุ์เนื้อทราย กวาง ชะนี และไก่ป่าที่มีความสวยงามสายพันธุ์ต่างๆ นักท่องเที่ยวสามารถเข้าชมได้ตามเวลาราชการ
วนอุทยานเขานางพันธุรัตน์
วนอุทยานเขานางพันธุรัต อยู่ในท้องที่ตำบลชะอำ อำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรี มีเนื้อที่ประมาณ 1,562 ไร่ โดยกรมป่าไม้ได้ประกาศจัดตั้งเป็นวนอุทยานเมื่อวันที่ 25กุมภาพันธ์ 2542 พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นเทือกเขาหินปูนมีลักษณะทางภูมิทัศน์เป็นปฏิมากรรมทางธรรมชาติ มีลักษณะสวยงามและเป็นเอกลักษณ์ ทอดยาวตามแนวเหนือ-ใต้ มองดูคล้ายนางยักษ์ (นางพันธุรัต) นอนอยู่ มีโกศอยู่ทางทิศใต้ เทือกเขาที่สำคัญประกอบด้วยเขาเจ้าลายใหญ่และเขาจอมประสาท พื้นที่มีความสูงจากระดับน้ำทะเลปานกลางประมาณ 60-372 เมตร สภาพภูมิอากาศโดยทั่วไปมี 3 ฤดู คือ ฤดูฝน จะมีฝนตกเป็นระยะสั้นๆ ฤดูหนาวจะมีอากาศเย็นและฤดูร้อนอากาศค่อนข้างร้อน
สัตว์ป่าที่พบได้แก่ เลียงผา อีเห็น กระต่ายป่า ค้างคาว สัตว์เลื้อยคลาน สัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำ พืชและพันธุ์ไม้ เป็นป่าเบญจพรรณ ซึ่งเป็นป่าโปร่ง ดินมีความอุดมสมบูรณ์ค่อนข้างต่ำมีหินปูนโผล่ทั่วไป ต้นไม้แคระแกร็นและมีขนาดโตไม่มากนัก พันธุ์ไม้ที่พบได้แก่ ไผ่รวก ประดู่ อ้อยช้าง ยมหิน มะเกลือ ผักหวาน กระบองเพชร เป็นต้น
ป่าดิบแล้ง พบบริเวณหุบเขาและลำห้วย ดินมีความอุดมสมบูรณ์ค่อนข้างสูง พันธุ์ไม้ที่พบได้แก่ ข่อยหนาม ไทร ดำดง ไผ่ป่า ขันทองพยาบาท สะเดา ซิก ดีหมี เป็นต้น
การเดินทาง จากที่ว่าการอำเภอชะอำ สามารถเดินทางเข้าสู่วนอุทยานเขานางพันธุรัตได้ 2 เส้นทาง คือเส้นทางถนนเพชรเกษม ผ่านวัดนิคมวชิรวาราม ผ่านถนนสายนิคม (เขื่อนเพชร)-บ้านหนองตาพด ถึงสู่วนอุทยานเขานางพันธุรัตระยะทางประมาณ 12 กิโลเมตร เส้นทางถนนสายเลียบทะเลชะอำ-หาดเจ้าสำราญ ผ่านสะพานคลองขุดของบริษัทชลประทานซีเมนต์ จำกัด (มหาชน) ผ่านถนนวัดหนองตาพดเชื่อมถนนสายนิคม (เขื่อนเพชร)-บ้านหนองตาพด ถึงสู่วนอุทยานเขานางพันธุรัตระยะทางประมาณ 10 กิโลเมตร
สถานที่ติดต่อ : วนอุทยานเขานางพันธุรัต สำนักบริหารจัดการในพื้นที่อนุรักษ์ที่ 4 (เพชรบุรี) ต.ชะอำ อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี โทรศัพท์ : (032) 433-661 ต่อ 305 แฟกซ์ : (032) 433-662
ห้างสรรพสินค้า Premium Oulet Mall
สื้อผ้าแฟชั่นแบรนเนม บรรยากาศสมัยใหม ห้างสรรพสินค้าพรีเมี่ยมเอ้าท์เล็ตมอลล์ ตั้งอยู่ริมทางถนนเพชรเกษมขากลับเข้ากรุงเทพฯ เป็นห้างสรรพสินค้าเพื่อนักท่องเที่ยวโดยเฉพาะสำหรับผู้ที่กำลังจะกลับบ้านจากการมาพักผ่อนที่ชะอำ หัวหินและที่เดินทางมาจากภาคใต้ การออกแบบอาคารสรรพสินค้ามีลักษณะสถาปัตยกรรมสมัยใหม่ชั้นเดียว จำหน่ายสินค้ามียี่ห้อ (brand-named) ราคาไม่แพงมากนัก เหมาะสำหรับนักช้อปหรือผู้ที่ต้องการพักรถและรับประทานอาหาร
ห้างพรีเมียมเอ้าท์เล็ตมอลล์ประกอบด้วยร้านค้าย่อยๆ ตกแต่งแบบทันสมัยสไสล์โมเดิลทั้งการจัดร้าน ตกแต่งและจัดสวน และร้านอาหารกลาง รวมพื้นที่ราว 51,200 ตารางเมตร มีผู้ค้าปลีกมากว่า 60 ร้าน จำหน่ายสินค้าราว 200 ยี่ห้อ เช่น NIKE, Lacoste, Levi, Xoxo, Pooh, Speedo, Pony, Dapper, and Nautica, Pena House, Ten&Co, and U-Fo เป็นต้น

ร้านขนมและของฝากจากเมืองเพชร
ร้านค้าสองข้างทางจำหน่ายขนมและของฝากจากเมืองเพชรบุรีเป็นที่นิยมมากสำหรับนักท่องเที่ยวที่สามารถซื้อหากลับบ้าน เนื่องจากเพชรบุรีมีชื่อเสียงเลื่องลือในเรื่องขนมหวาน โดยเฉพาะขนมหม้อแกง อาหารทะเลแห้ง ผลไม้ เช่น ชมพู่เพชร กล้วยหอมทอง สินค้า OTOP ผลิตภัณฑ์จากตาลตโนด คือน้ำตาลสดและลูกตาลอ่อน เป็นต้น